เมื่อวันที่ 25 เม.ย. สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น เอพี และบีบีซี ต่างรายงานว่า ขณะนี้เกิดโรคไข้หวัดใหญ่2009 หรือไข้หวัดหมู (Swine Flu) สายพันธุ์ใหม่ระบาดหนักในกรุงเม็กซิโก ซิตี เมืองหลวงของประเทศเม็กซิโก ในทวีปอเมริกากลาง ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 68 ราย และติดเชื้อล้มป่วยกว่า 1,000 ราย อีกทั้งเชื้อไข้หวัด2009เริ่มระบาดลามเข้าไปในบางพื้นที่ของประ เทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะ 2 รัฐทางตอนใต้ ทั้งเท็กซัสและแคลิฟอร์เนีย
ด้านนายโฮเซ่ แองเจล คอร์โดวา รัฐมนตรีสาธารณสุขเม็กซิโก กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตและติดเชื้อส่วนใหญ่อาศัยอยู่รอบๆ และภายในกรุงเม็กซิโก ซิตี โดยผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิต 20 รายในเบื้องต้น ยืนยันว่าติดเชื้อไข้หวัด2009สายพันธุ์ใหม่ ส่วนศพอื่นๆ อยู่ระหว่างการพิสูจน์ต่อไป ล่าสุดการให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ป่วยพบว่าได้ผลดี และแจกจ่ายยาหลายล้านชุดไปตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ยาต้านไวรัสบางชนิดใช้รักษาเชื้อไข้หวัด2009สายพันธุ์ใหม่นี้ไม่ได้ ขณะเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การอนามัยโลก เรียกประชุมฉุกเฉินที่สำนักงานใหญ่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อกำหนดแผนรับมือในกรณีที่โรคไข้หวัด2009อาจระบาดไปยังภูมิภาคอื่น เพราะเชื่อว่าเชื้อนี้สามารถระบาดจากคนสู่คน แต่องค์การอนามัยโลกย้ำว่าไม่อยากให้ประชากรโลกตื่นตระหนกเกินกว่าเหตุ อีกทั้งยังไม่มีความจำเป็นต้องออกประกาศเตือนภัยโรคระบาดในเม็กซิโก
ขณะที่ ดร.ริชาร์ด เบสเซอร์ รักษาการผอ.ศูนย์ควบคุมโรค สหรัฐ กล่าวว่า ในสหรัฐพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัด2009 8 ราย ในกลุ่มนี้ 6 รายอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย 2 รายอยู่ในรัฐเท็กซัส ทุกคนอาการดีขึ้นตามลำดับ ผลการตรวจวิเคราะห์เชื้อไข้หวัด2009 พบว่า 7 ใน 14 ตัวอย่างเป็นเชื้อไข้หวัด2009สายพันธุ์ใหม่เหมือนที่กำลังระบาดในเม็กซิโก ซิตี อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า เชื้อจะระบาดลามไปทั่วโลกหรือไม่ แต่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างจับตาดูพัฒนาการของโรคนี้อย่างใกล้ชิด
ด้าน ดร.แนนซี่ ค็อกซ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยไข้หวัดใหญ่ ศูนย์ควบคุมโรค สหรัฐ แถลงว่า ไวรัสไข้หวัด2009สายพันธุ์ใหม่มีลักษณะพันธุกรรม หรือยีน แตกต่างจากไวรัสไข้หวัดหมูในอดีต เพราะมีองค์ประกอบของเชื้อไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์รวมอยู่ด้วยกัน ประกอบด้วย 1.เชื้อไข้หวัดนกที่พบในทวีปอเมริกาเหนือ 2.เชื้อไข้หวัดใหญ่ในมนุษย์ และ 3.เชื้อไข้หวัดหมูที่พบบ่อยในทวีปยุโรปและเอเชีย ผู้ติดเชื้อจะมีอาการคล้ายกับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ขึ้นสูง ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง และปวดศีรษะรุนแรง
ดร.แนนซี่กล่าวต่อว่า สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เชื้อไข้หวัด2009พันธุ์ใหม่เกิดขึ้นจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือ "Antigenetic Shift" ซึ่งเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ไข้หวัดหมู และไข้หวัดใหญ่ อาจเข้าไปอยู่ในตัวหมูที่เป็นพาหะนำโรค ต่อมาเซลล์ในตัวหมูถูกไวรัสตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปโจมตี ทำให้หน่วยพันธุกรรมไวรัสดังกล่าวผสมปนเปกันระหว่างการแบ่งตัว กลายเป็นเชื้อพันธุ์ใหม่ขึ้นมา ตามปกติเชื้อไข้หวัดหมูจะติดคนที่สัมผัสหมูโดยตรงเท่านั้น เช่น ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าหมู แต่เชื่อว่าอาจแพร่จากคนสู่คนผ่านการไอ การจาม หรือรับเชื้อจากวัสดุที่มีเชื้อโรคเกาะอยู่บนพื้นผิว แต่การบริโภคผลิตภัณฑ์จากหมูไม่มีอันตรายแต่อย่างใด
น.พ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณ สุข กล่าวถึงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด2009ในเม็กซิโกว่า มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ กรมควบคุมโรค ติดตามและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดแล้ว โดยในเวลาประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 25 เม.ย. จะประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก เพื่อติดตามว่าจะประกาศแจ้งเตือนความรุนแรงของโรคนี้อย่างไรบ้าง รวมทั้งจะต้องแจ้งเตือนผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีการแพร่ระบาดอยู่หรือไม่ เท่าที่รับทราบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า ขณะนี้แพร่ระบาดอยู่เพียงในเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และเท็กซัส
น.พ.คำนวณกล่าวต่อว่า ผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์2009 จะมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่จะแสดงอาการรุนแรง และรวดเร็วกว่าไข้หวัดใหญ่ธรรมดา โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์2009 แม้จะมีเชื้อตั้งต้นมาจากหมู แต่ระยะแพร่ระบาดติดต่อจากคนสู่คน แตกต่างจากไข้หวัดนก ซึ่งติดต่อจากสัตว์ปีกสู่คนได้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ผู้ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์2009 มีอัตราเสียชีวิตร้อยละ 5-7 ถือว่าสูงกว่าผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ธรรมดา แต่ยังน้อยกว่าอัตราของผู้เสียชีวิตของผู้ป่วยโรคไข้หวัดนก ที่ผู้รับเชื้อจะมีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 60
ผอ.สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่าโรคนี้แม้เป็นสายพันธุ์หมู แต่ไม่เกี่ยวกับหมู ดังนั้นไม่อยากให้คนไทยแตกตื่น และกลัวการสัมผัส หรือรับประทานหมู เพราะเมื่อได้ยินว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์หมู อาจทำให้กลัว ไม่กล้ากิน และไม่กล้าสัมผัสหมู
การแพร่เชื้อ
มีการแพร่ติดต่อเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคน
1.แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอ หรือจามรดกัน (เชื้อจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย )
2. ติดจากมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา หากนำมือที่มีเชื้อไปสัมผัส
อาการ โรคไข้หวัด2009
-มีไข้สูง
-หายใจไม่สะดวก
-ปวดศีรษะ ปวดตา
-ปวดเมื่อยตามร่างกายรุนแรง
-อาการป่วยจะพัฒนารวดเร็วและจะมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรงภายใน 5 วัน
สำหรับคำแนะนำในการป้องกันเบื้องต้น เหมือนการป้องกันไข้หวัดธรรมดา คือ
1.เมื่อเป็นหวัดเวลาจามจะต้องใช้ผ้าเช็ดหน้าปิด เพื่อป้องกันการติดต่อ
2.หมั่นล้างมือ
3.หากมีอาการรุนแรง ไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน ควรรีบพบแพทย์ทันที โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศที่มีการแพร่ระบาด และที่ผ่านมาประเทศไทยยังไม่เคยมีรายงานการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์2009
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://en.wikipedia.org/wiki/Influenza_A_virus_subtype_H1N1
http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?ng=T&newsid=377069